ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ(ม.39)

29 เมษายน 2568

คุณสมบัติของผู้สมัคร     

  1. เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 นำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนและออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ลาออกจากงาน     
  2. ต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม        

การยื่นใบสมัคร     

  1. ต้องยื่นใบสมัครตามแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (แบบ สปส. 1-20) ด้วยตนเอง ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ลาออกจากงาน     
  2. สถานที่ยื่นใบสมัคร      กรุงเทพฯ   ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่   ภูมิภาค      ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา      (ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข)        

หลักฐานการสมัครมาตรา 39      

  1. แบบขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-20)     
  2. บัตรประชาชนหรือบัตรอื่นที่มีรูปถ่าย ซึ่งทางราชการออกให้พร้อมสำเนา 

เงินสมทบที่ต้องนำส่งสำนักงานประกันสังคมเดือนละ 432 บาทต่อเดือน

         เงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ คือ เดือนละ 4,800 บาทเท่ากันทุกคน โดยคิดจากอัตราเงินสมทบ 9% (4,800 x 9% = 432 บาทต่อเดือน) ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี (กรณีเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ) ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33

วิธีการชำระเงินสมทบมาตรา 39
1. ชำระที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา พร้อมแบบส่งเงินสมทบฯ (สปส. 1-11)
2. หักจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์มี 7 ธนาคาร ดังนี้
      1. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)   
      2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)   
      3. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)   
      4. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 
      5. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
      6. ธนาคารทหารไทยธนชาต  จำกัด  (มหาชน)
      7. ธนาคารออมสิน
หมายเหตุ  กรณีหักผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ขอรับหนังสือยินยอมให้หักเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  ธนาคารออมสิน สาขาที่เปิดบัญชี 

 
3. ชำระด้วยเงินสด โดยการแจ้งเลขบัตรประชาชนที่หน่วยบริการ
     1. เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)   
     2. เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)   
     3. จ่ายผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7- ELEVEN 
     4. จ่ายเป็นธนาณัติ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ พร้อมแบบส่งเงินสมทบ สปส. 1-11 ถึงสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา (กรณีจ่ายผ่านธนาณัติ แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมด้วยว่า สั่งจ่าย ตู้ ป.ณ. ใด)
     5. จ่ายผ่านเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ (Pay at Post) ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ 
     6. เคาน์เตอร์ Cenpay, Powered By บุญเติม, บุญเติม Bill Payment (บิ๊กซี) 
4. ชำระผ่าน Mobile application 
    1. ธนาคารกรุงไทย (Krungthai NEXT, เป๋าตัง)
    2. ธนาคารกรุงเทพ
    3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส)
    4. Shopeepay

***ชำระเงินสมทบทุกช่องทางไม่มีค่าธรรมเนียม***


 หน้าที่ของผู้ประกันตนตามมาตรา 39

  1. ต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน หากเกินกำหนดต้องเสียเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน
  2. แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงให้สำนักงานประกันสังคมดังนี้
    1. กรณีเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ตามแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดต่อ (สปส. 1-34)
    2. กรณีเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ต้องแจ้งทันทีพร้อมแนบสำเนาหลักฐาน
    3. กรณีประสงค์ลาออกหรือกลับเข้าทำงานและมีสถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทันทีตามแบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 (สปส.1-21)        

เหตุที่ทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน

  1. ตาย 
  2. กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33
  3. ลาออก
  4. ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน (สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ)
  5. ภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน (สิ้นสภาพในเดือนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน) 

  หมายเหตุ

  สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้เข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ทำงานในสถานประกอบการ/นายจ้างใหม่) นายจ้างหรือผู้รับมอบอำนาจสามารถดำเนินการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้ภาย ใน 30 วันนับแต่วันที่เข้าทำงาน โดยผู้ประกันตนไม่ต้องไปดำเนินการลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส.1-21) แต่อย่างใด 

ยกเว้น กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 39   มีการค้างชำระเงินสมทบจะต้องไปดำเนินการแจ้งการลาออก (สปส.1-21) ด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา ที่สมัครไว้