Page 9 - E-BOOK
P. 9
ในส่วนของส�านักงานประกันสังคม
ก็ได้ตระหนักในภารกิจ และให้ความ
ส�าคัญกับการดูแลลูกจ้างผู้ประกันตน
จึงได้ผลักดันให้มีมาตรการต่างๆ
ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ประกันตน
มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ได้เห็นชอบ
เรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อเป็น
ของขวัญปีใหม่ 2564 แก่ผู้ประกันตน
ตามที่ส�านักงานประกันสังคม กระทรวง
แรงงานเสนอ ดังนี้
1.ปรับเพิ่มค่าคลอดบุตร
เป็น 15,000 บาท (เดิม 13,000 บาท) ไม่ได้ท�างานเนื่องจากนายจ้างต้องหยุด ส�าหรับการจ่ายเงินกรณีสงเคราะห์บุตร
ซึ่งการด�าเนินการในครั้งนี้เป็นไปตาม ประกอบกิจการไม่ว่าทั้งหมดหรือ ผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรที่
ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตาม บางส่วน เนื่องจากทางราชการมีค�าสั่งให้ ปรับเพิ่มของงวดเดือนมกราคม 2564
พระราชบัญญัติประกันสังคม โดย ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกัน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไป
ความเห็นชอบของคณะกรรมการ การระบาดของโรคติดต่ออันตราย ทั้งนี้ เนื่องจากระบบตัดจ่ายเงินกรณี
ประกันสังคม ซึ่งในปี 2564 คาดว่า ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ท�าให้ สงเคราะห์บุตรของส�านักงานประกันสังคม
มีผู้ประกันตนที่ได้รับประโยชน์ทดแทน ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ที่ก�าหนดให้การตัดจ่ายเงินย้อนหลัง
จากกรณีคลอดบุตร 293,073 คน/ปี และลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น 3 เดือน เพื่อปรับฐานข้อมูลผู้ประกันตน
คิดเป็นเงิน 4,396 ล้านบาท ส�านักงาน ให้ลูกจ้างดังกล่าวมีสิทธิได้รับประโยชน์ ให้ถูกต้องก่อนการตัดจ่าย
ประกันสังคมจ่ายเงินงบประมาณเพิ่มขึ้น ทดแทนในกรณีว่างงาน ในอัตราร้อยละ 4.ปรับลดเงินสมทบฝ่ายนายจ้าง
586.146 ล้านบาท ห้าสิบของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับ และฝายผู้ประกันตนตามมาตรา 33
2.ปรับเพิ่มค่าฝากครรภ์ เป็น ตลอดระยะเวลาที่มีการกักตัวหรือ เหลือร้อยละ 3 และผู้ประกันตน
5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,500 บาท เฝ้าระวังการระบาดของโรค หรือมีค�าสั่ง ตามมาตรา 39 ลดลงเหลือ 278 บาท
(เดิม 3 ครั้ง 1,000 บาท) คาดว่าจะมี ปิดสถานที่ดังกล่าว แล้วแต่กรณี เป็นระยะเวลา 3 เดือน (มกราคม -
ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประมาณ แต่รวมกันไม่เกินเก้าสิบวัน ซึ่งในการ มีนาคม 2564) เพื่อช่วยเหลือนายจ้าง
122,114 ครั้ง/ปี เป็นเงิน 36.6 ล้านบาท ขอรับเงินนั้นนายจ้างต้องออกหนังสือ และผู้ประกันตนที่ยังคงได้รับผลกระทบ
ส�านักงานประกันสังคมจ่ายเงินงบประมาณ รับรองการขอรับประโยชน์ทดแทน จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วย
เพิ่มขึ้น 17.89 ล้านบาท ซึ่งมีผลบังคับใช้ ในกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้าง
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ จ�านวน 700,727 ครั้ง และผู้ประกันตน ในการจ่ายเงินสมทบ
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน รวมเป็นเงินจ�านวน 15,660 ล้านบาท
ยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการได้รับ เนื่องจากเหตุสุดวิสัย คิดรวมเป็นเงินกว่า ระบบประกันสังคม คือ
ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจาก 5,225 ล้านบาท การเฉลี่ยทุกข์ สุข เราจะก้าวไปพร้อมๆ กัน
เหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของ 3.ปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร ช่วยเหลือกันยามมีปัญหาเปรียบเสมือน
โรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วย ให้กับผู้ประกันตนที่มีบุตรอายุตั้งแต่ การปิดทองหลังองค์พระปฏิมา ผู้คน
โรคติดต่อ พ.ศ...ตามที่กระทรวง แรกเกิดจนถึง 6 ปี ให้มีสิทธิได้รับเงิน จะได้เห็นคุณค่าและประโยชน์ก็ต่อเมื่อ
แรงงานเสนอ ซึ่งขณะนี้ร่างกฎกระทรวง เพิ่มจาก 600 บาท เป็น 800 บาทต่อคน ถึงเวลาหรือได้เดินวนมายลความงดงาม
ดังกล่าวได้ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยจ่ายคราวละไม่เกิน 3 คน ซึ่งจะมี หลังองค์พระ
และประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์จ�านวน ตลอดระยะเวลา 30 ปี
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ส่งผลให้ 1.362 ล้านคน คิดเป็นเงิน 13,739 ประกันสังคมยังคงตั้งปณิธานมุ่งมั่น
ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับ ล้านบาท/ปี ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น ที่จะใส่ใจ ดูแล ผู้ประกันตนทุกๆ ท่าน
ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน จากเดิม 3,432 ล้านบาท เพื่อเป็นการ ด้วยรักและห่วงใย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ไม่ได้ท�างาน หรือนายจ้างไม่ให้ท�างาน ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกันตน ยิ่งๆ ขึ้นไป แม้ในยามวิกฤตประกันสังคม
เนื่องจากต้องกักตัวหรือเฝ้าระวัง ที่มีบุตร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต พร้อมจะเคียงข้างผู้ประกันตนก้าวผ่าน
การระบาดของโรค หรือในกรณีที่ลูกจ้าง วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ในทุกวิกฤตไปด้วยกัน
วารสารประกันสังคม 9

