ข่าว : ผู้ประกันตน ม.33 ม.39 เฮ!! ครม. เห็นชอบเพิ่มเงินบำเหน็จชราภาพกว่า 1.9 พันล้านบาท

05 มกราคม 2565

ผู้ประกันตน ม.33 ม.39 เฮ!!

ครม. เห็นชอบเพิ่มเงินบำเหน็จชราภาพกว่า 1.9 พันล้านบาท

            นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ (4 ม.ค.65) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพเป็นการเฉพาะ ในช่วงที่มีการลดเงินสมทบ (ฉบับที่ ....) พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อกำหนดอัตราการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนในช่วงที่มีการลดอัตราเงินสมทบ งวดเดือนมกราคม - มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งนโยบายดังกล่าว รัฐบาลภายใต้การนำของท่าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของท่าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยลูกจ้าง ผู้ประกันตน พร้อมออกมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ลดภาระค่าใช้จ่าย และบรรเทาความเดือดร้อนทุกวิถีทางให้กับผู้ประกันตน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา

            นายสุชาติ กล่าวต่อว่า กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้เสนอให้มีการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ผู้ประกันตนที่นำส่งเงินสมทบในช่วงที่มีการลดอัตราเงินสมทบ งวดเดือนมกราคม พ.ศ.2564 ให้คำนวณจากอัตราเงินสมทบเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 0.45 ของค่าจ้าง พร้อมกันนี้ มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม จ่ายบำเหน็จชราภาพให้แก่ผู้ประกันตน  ที่นำส่งเงินสมทบในช่วงที่มีการลดเงินสมทบงวดเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม พ.ศ.2564 ให้คำนวณจากอัตราเงินสมทบเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1.3 ของค่าจ้าง อีกด้วย

            นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า การเพิ่มเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ผู้ประกันตนที่นำส่งเงินสมทบในช่วงที่มีการลดอัตราเงินสมทบในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2564 ที่ผ่านมานั้น ผู้ประกันตนจะได้รับประโยชน์จำนวน 5.9 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 5.1 ล้านคน ได้เงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้นคนละ 347 บาท จำนวน 3 งวด และผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวน 8.4 แสนคน ได้เงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้นคนละ 146 บาท จำนวน 3 งวด โดยประมาณการเงินบำเหน็จชราภาพที่ผู้ประกันตนจะได้รับเพิ่มทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 รวมเป็นเงิน 1,906 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินบำเหน็จชราภาพ ที่เพิ่มขึ้นไปใช้จ่ายเพื่อยังชีพในยามชรา และเป็นการบรรเทาปัญหาทางการเงินของผู้ประกันตนให้ตรงจุดและทันท่วงที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการไม่เว้นวันหยุดราชการตลอด 24 ชั่วโมง

-------------------------------------------

ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506