Banner
หน้าแรกข่าวสารความเคลื่อนไหวการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบการรับชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
 

นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมมีภารกิจหลักในการจัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้างและผู้ประกันตน เพื่อนำมาจ่ายประโยชน์ทดแทนให้ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิ ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการเป็นประจำทุกเดือนถึงแม้สำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 137 แห่ง แต่ไม่สามารถรองรับปริมาณนายจ้างและผู้ประกันตนได้ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2559 มีนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนกองทุนประกันสังคมและมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบจำนวน 431,395 แห่ง ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวน 1,225,267 ราย ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จำนวน 2,199,354 ราย และนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทนจำนวน 359,802 แห่ง นายจ้างและผู้ประกันตนที่มาขอรับบริการในด้านการชำระเงินสมทบและขอรับประโยชน์ทดแทนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หน่วยงานบริการของสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศต้องประสบปัญหาการให้บริการเพื่อรองรับนายจ้างและผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นภายใต้กรอบอัตรากำลังเจ้าหน้าที่จำนวนจำกัด จึงมีแนวโน้มว่าจะไม่สอดคล้องกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด สำนักงานประกันสังคมจึงมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบการรับจ่ายเงินด้วยการสร้างเครือข่ายพันธมิตรซึ่งเป็นหน่วยงานภายนอกในการให้บริการรับ – จ่ายเงิน เพื่อให้นายจ้างและผู้ประกันตนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อขอรับบริการที่สำนักงานประกันสังคม และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการรับ – จ่ายเงิน ให้มีความทันสมัย โดยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีระบบตรวจสอบเพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการทุจริตหรือเกิดความผิดพลาดในการรับ – จ่ายเงิน เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลในการที่จะพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศไทยให้เข้าสู่ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e – Payment) อย่างครบวงจร
          นางพรพรรณ ศุภนคร รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า สำนักงานประกันสังคมจึงได้ดำเนินการรณรงค์และประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้นายจ้างและผู้ประกันตน ใช้บริการชำระเงินสมทบผ่านระบบธนาคารและหน่วยบริการในความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม โดยเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ (kick off) ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป เพื่อให้นายจ้างและผู้ประกันตนได้รับบริการในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลายผ่านช่องทางการให้บริการที่เป็นตัวแทนของสำนักงานประกันสังคมได้ด้วยความมั่นใจ สะดวก รวดเร็ว ดังนี้
          ช่องทางการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของนายจ้าง (มาตรา 33)
          หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร (Bill payment) มีธนาคารที่ให้บริการ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เมื่อชำระเงินแล้วนายจ้างจะได้รับใบเสร็จรับเงินทันที หรือชำระผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (e – Payment) มีธนาคารให้บริการ 7 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ธนาคารมิซูโฮ คอร์ปอเรต จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  โดยนายจ้างลงทะเบียนเพื่อขอนำส่งข้อมูลเงินสมทบผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทาง www.sso.go.th และติดต่อเพื่อเปิดบัญชีเงินฝาก และสมัครชำระเงินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์กับธนาคารที่ให้บริการชำระเงินกองทุนประกันสังคม เมื่อทำรายการชำระเงินแล้วธนาคารจะออกใบเสร็จรับเงินส่งให้นายจ้างทางไปรษณีย์
          ช่องทางการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนตามมาตรา 39
          หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร (Bill payment) มีธนาคารที่ให้บริการ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ผ่านหน่วยบริการอื่น ได้แก่ ที่ทำการไปรษณีย์ด้วยระบบ Pay at Post และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เมื่อชำระเงินแล้วผู้ประกันตนจะได้รับใบเสร็จรับเงินทันที หรือหักบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มีธนาคารที่ให้บริการ 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โดยผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ยื่นแบบคำขอส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ด้วยวิธีหักบัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขาที่ขึ้นทะเบียนไว้ และนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้เพียงพอสำหรับเป็นเงินสมทบและค่าธรรมเนียม ทุกวันที่ 15 ของเดือนธนาคารจะดำเนินการหักบัญชีเงินฝากเป็นจำนวน 432 บาท พร้อมค่าธรรมเนียมและธนาคารจะจัดส่งใบเสร็จรับเงินให้กับผู้ประกันตนทางไปรษณีย์
ช่องทางการชำระเงินสมทบ กองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนตามมาตรา 40
          หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร (Bill payment) มีธนาคารที่ให้บริการ 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือผ่านหน่วยบริการอื่น ได้แก่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือเทสโก้ โลตัส เมื่อชำระเงินแล้วผู้ประกันตนจะได้รับใบเสร็จรับเงินทันที หรือประสงค์จะชำระโดยวิธีหักบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มีธนาคารที่ให้บริการ 6 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยผู้ประกันตนยื่นหนังสือยินยอมฯ ที่ธนาคารรับรองลายมือชื่อแล้ว พร้อมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ มายื่นต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ผู้ประกันตนได้ขึ้นทะเบียนไว้ นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้เพียงพอสำหรับเป็นเงินสมทบและค่าธรรมเนียม ทุกวันที่ 20 ของเดือน ธนาคารจะหักเงินสมทบพร้อมค่าธรรมเนียม ผู้ประกันตนขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่สำนักงานประกันสังคมที่ขึ้นทะเบียนไว้
          ช่องทางการชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนของนายจ้าง
          หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร (Bill Payment) มีธนาคารที่ให้บริการ 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  หรือที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส นายจ้างได้รับใบเสร็จรับเงินทันที
          ที่กล่าวมาข้างต้น สำนักงานประกันสังคมมุ่งเน้นการให้บริการในทุกรูปแบบ โดยการนำ ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามามีส่วนในการให้บริการ ศึกษารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับระบบเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างก้าวล้ำในยุคดิจิตอลในปัจจุบัน โดยคำนึงถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของข้อมูล อีกทั้งสามารถตรวจสอบได้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนายจ้างและผู้ประกันตนในด้านต่างๆ ทั้งนี้ นายจ้าง ผู้ประกันตน
 

print page พิมพ์หน้านี้

Copyright (c) 2009 Social Security Office. All right reserved.
สำนักงานประกันสังคม จังหวัดน่าน
599 หมู่ 11  ตำบลไชยสถาน  อำเภอเมือง  จังหวัดน่าน 55000
โทรศัพท์ : 054-716069-072      โทรสาร : 054-716073
e-mail : nan@sso.go.th

ติดต่อเว็บมาสเตอร์: chutimon.t@sso.go.th